คุยกันเรื่องปลาครับ
วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ปลาฝากขายครับสนใจติดต่อ 0801019662 คุณ อภิชาติ ฉะเชิงเทรา ครับ
เขียนโดย moo ที่ 04:18 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสีครอสบรีด, ปลาหมอสีcrossbreed, ปลาหมอสี Flower Horn
ปลาสวยแบ่งกันชมครับเจ้าของปลา คุณ สามารถครับ
เขียนโดย moo ที่ 04:10 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสีครอสบรีด, ปลาหมอสีครอสบรีดเท็กซัสแดง, ปลาหมอสี Flower Horn
วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
รออีกสักพักนะครับจะกลับมา update เรื่องปลาหมอสีอีกครั้งครับ ได้ปลาตัวเมียมาใหม่หัวโหนก
และลูกหลานเจ้า หมูแดงครับ
เขียนโดย moo ที่ 21:02 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสีครอสบรีด
วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
จะทำอย่างไรกับปลาหมอสีเมื่อไม่อยู่บ้านหลายๆวัน ( กลัวปลาอดอาหาร )
จากที่หลายท่านคิดว่า ควรให้อาหารเผื่อไว้เวลาปลาหิวก็จะกินเอง นั้นแหล่ะครับเป็นสาเหตุที่ เวลาท่านกลับมาบ้านแล้วเจอว่าปลาหมอสีที่ท่านรักได้เสียชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดหรืออาหารสด อาหารสดที่ว่าคือ กุ้งฝอย ก็ไม่ดีทั้งนั้นแหล่ะครับ เนื่องจากธรรมชาติของปลาหมอสีจะกินแค่อิ่มเท่านั้น จะไม่กินเผื่อในมื้อต่อไป สำหรับอาหารเม็ด เมื่อปลากินไม่หมด อาหารเม็ดก็จะบวมน้ำแล้วก็จมลงไปที่พื้นตู้ด้านล่าง ส่วนกุ้งฝอยเมื่อปลากินไม่หมด ก็จะไล่กัดเล่นครับ จะไม่เก็บไว้กินในมื้อต่อไป หลังจากนั้นอาหารเม็ด หรือ กุ้งสดที่ปลาไล่กัดเล่น ไม่นานก็จะแปรสภาพเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและทำให้น้ำเน่าเสียและเมื่อน้ำเน่าเสียท้ายสุด อาจทำให้ปลาหมอสีของท่านตายได้นะครับ แล้วจะทำอย่างไรล่ะเมื่อท่านไม่อยู่บ้านหลายๆวัน ไม่ได้ ยากอย่างที่คิดครับมีอยู่แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ เองครับ
1. ให้อาหารปลาหมอสีตามปกติ จนถึงวันที่เราจะออกเดินทาง ไม่ต้องกังวลว่าเราไม่อยู่บ้านแล้วปลา จะอดตาย ย้ำไม่ต้องกังวลครับปลาหมอสีสามารถ อดอาหารได้นานประมาณ 2-3 อาทิตย์ครับถ้าน้ำ ไม่น่าเสีย
2. ล้างตู้ให้สะอาด ก่อนวันที่เราจะออกเดินทางซัก 1-2 วัน เพื่อเอาสิ่งปฏิกูล ออกจากตู้ปลาหมอสีครับ
3. ตรวจเช็คอุปกรณ์ ภายในตู้ เช่น ปลั๊กไฟ ปั๊มน้ำ ปั๊มออกซิเจน ต้องให้มีสภาพที่สมบูรณ์นะครับ ถ้า อุปกรณ์เก่าเกินไปแนะนำให้เปลี่ยนใหม่ดีกว่านะครับ เพราะอาจเกิดปัญหาตอนที่เราไม่อยู่บ้านก็ ได้นะครับ
แล้วจะมานึกเสียใจภายหลัง คงช่วยอะไรไม่ทันแล้วนะครับ เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถเดินทาง ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือ กลับบ้านต่างจังหวัดหลายๆวันได้แล้วโดยไม่ต้องห่วงอะไรแล้วครับ
เขียนโดย moo ที่ 02:58 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสีcrossbreed
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552
โรคปลาตาโปน
โรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นเกิดจาก การติดเชื้อ เกิดจากการบาดเจ็บทางตา หรือ เกิดจากมีพยาธิเข้าไปอยู่หลังตา และที่สำคัญ อีกสาเหตุคือ คุณภาพของน้ำไม่ดี มีการเน่าเสีย คุณภาพของน้ำไม่เหมาะสมและจากทุกสาเหตุที่อาจเกิดขึ้น ทุกอย่างทุกองค์ประกอบ ล้วนเป็นสาเหตุได้ทั้งนั้น ถ้าเราไม่ใส่ใจดูแลปลาหมอสีตัวโปรด ของเราให้ดีครับเมื่อปลาหมอสีตัวโปรดของเราไม่สะบายทุกคนจะต้องหาวิธีที่จะทำให้ปลาหมอสีตัวโปรดของตัวเองให้กลับมาแข็งแรงและร่าเริงเหมือนเดิม
อาการของโรคตาโปน
ปลาจะซึมไม่ร่าเริงเหมือนเดิม ไม่ค่อยกิอาหาร นัยต์ตาของปลาหมอสีจะมองเห็นเป็นฝ้าสีขาวๆขุ่นๆ และเริ่มนูนออกมานิดๆและถ้าปล่อยไว้นานตาของปลาหมอสีจะนูนออกมาเยอะ มาถึงตอนนี้ ถ้ายังไม่รักษาแล้วยังปล่อยไว้อาจทำให้ปลาหมอสีของท่านตาบอดหรือตายได้นะครับตั้งแต่ที่ท่านสังเกตุเห็นอาการนี้ควรแยก ปลาออกมาไว้ตัวเดียว ไม่ควรเลี้ยงปลารวมกับตัวอื่น เพราะอาจทำให้ปลาตัวอื่นติดชื้อไปด้วยและควร ล้างตู้ให้สะอาดด้วครับ
การป้องกัน
ควรรักษา สภาพน้ำ ให้สะอาดอยู่เสมอ อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารที่มีคุณภาพ อาหารสดเช่น กุ้งฝอย ควรล้างให้สะอาดด้วย ด่างทับทิม และน้ำเป่ลาที่สะอาดครับการรักษา จะรักษาคล้ายกันกับปลาหมอสีที่ป่วยเป็นโรค หัวเป็นรู ครับ จะแตกต่างกันตรงที่ ตัวยาที่ใช้ในการรักษาครับโรค หัวเป็นรู จะใช้ ยา เมโทรนิดาโซ( Metronidazole )เพียงอย่างเดียวครับสำหรับโรค ปลาตาโปน ตัวยาที่ใช้คือ ยา เมโทรนิดาโซล ( Metronidazole ) + เอม็อกซี่ ( Amoxi ) ยาทั้ง 2 ชนิดนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปและนำยาทั้ง 2 ตัวมาบดให้ละเอียดเน้นต้องให้ละเอียดนะครับแล้วนะมาละลายน้ำ 3-5 ซีซี
การรักษาสามารถรักษาได้ 2 วิธี
1. การให้กินยา
2. การแช่ด้วยยา
วิธีที่ 1 การให้กินยา
การให้กินยาก็แยกได้อีก 2 วิธี วิธีนี้ค่อนข้างได้ผลดี
1. การผสมยาให้เข้ากับอาหาร โดยการคลุกยาให้ผสมกับอาหาร และใช้น้ำผสมให้หมาดๆ เพื่อให้ยาเคลือบที่ผิวของอาหาร แล้วปล่อยไว้ให้แห้ง แล้วให้อาหารปลาหมอสีตามปกติ จนปลาเริ่มมีอาการดีขึ้นดูได้จากตาของปลาเริ่มยุบ อัตราส่วนในการผสม ยา เมโทรนิดาโซล ( Metronidazole ) + เอม็อกซี่ ( Amoxi ) + น้ำ ต่อ อาหาร 1 กรัม = 200 มิลกรัม + 250 มิลกรัม + 3 ซี.ซี / อาหาร 1 กรัม ในกรณีนี้ ปลาหมอสี ยังสามารถกินอาหารเองได้ครับ
2. การป้อนยา คือ การนำตัวยาเข้าไปในตัวปลาโดยตรงเลยครับ วิธีนี้จะยุงยากนิดหน่อยครับ อุปกรณ์ที่ใช้ มี กระบอกเข็มฉีดยา ขนาดเล็กและไม่มีเข็ม ใส้ไก่รถจักรยานยาว ประมาณ 2-3 นิ้ว เพราะจะนุ่มไม่อันตรายต่อภายในตัวปลาแล้วนำยาผสมกับน้ำ ในอัตราส่วน ยา เมโทรนิดาโซล ( Metronidazole ) + เอม็อกซี่ ( Amoxi )+ น้ำ = 200 มิลกรัม + 250 มิลกรัม + 5 ซี.ซี ขนาดปลา 3-5 นิ้ว ถ้าปลาตัวโตอาจเพิ่มปริมาณของยาขึ้นอีกเป็น=400 มิลกรัม + 500 มิลกรัม + 5 ซี.ซี ให้ตรวจสอบปริมาณของยาด้วยว่ามีกี่มิลลิกรัมต่อเม็ด หลังจากผสมยาแล้ว ให้ดูดเข้ากระบอกฉีดยาแล้วต่อใส้ไก่ เข้ากับกระบอกฉีดยา แล้วสอดเข้าไปในปากของปลากะให้ถึงกระเพาะของปลา แล้วฉีดยาเข้าไป เท่านี้ก็เสร็จแล้วครับ แล้วรอดูอาการครับ ประมาณ 5-7 วันครับ ถ้าไม่ดีขึ้นให้ทำซ้ำอีกครับ จนกว่าปลาจะดีขึ้นครับ และให้เปลี่ยนน้ำปลา 30 % ทุก 3 วัน
วิธีที่ 2. การแช่ด้วยยา
วิธีนี้ได้ผลช้าครับอัตราการใช้ยา ยา 25 มิลลิกรัม ต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่จนกว่าอาการจะดีขึ้นครับ และให้เปลี่ยนน้ำ 30 % ทุกๆ 3 วันทำไปเรื่อยๆ จนกว่าอาการปลาจะดีขึ้นครับ
การไม่เป็นโรคภัย คือ ลาภอันประเสริฐครับการรักษาสภาพให้สะอาดตลอดเวลา การเลี้ยงที่เหมาะสม อาหารที่มีคุณภาพ เป็นปัจจัยที่ทำให้ปลาแข็งแรงครับขอให้โชคดีกับการเลี้ยงปลาครับ
เขียนโดย moo ที่ 20:48 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสีcrossbreed, โรคตาโปน, โรคปลาตาโปน
วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552
พี่เขาฝากขาย ทรงสั้นหัวระเบิด ขาย 2800 บ. ต่อรองได้
เขียนโดย moo ที่ 01:41 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี
โรคหัวเป็น รู
สาเหตุเกิด ได้จากหลายๆ ปัจจัย และสภาพการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ปลาป่วยได้เช่น มีการปล่อยให้น้ำเน่าเสีย
มีการหมักหมมของของเสียในปริมาณที่มาก ออกซิเจนในน้ำมีไม่เพียงพอ หรือ อุณหภูมิของน้ำ ต่ำหรือสูงเกินไป
ดังที่กล่าวมาข้องต้น นี่เป็นเพียงอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปลาป่วย ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ปลาที่มีอาการป่วยของ โรคหัวเป็นรู จะเกิดจากสา
เหตูนี้อย่างเดียว ชึ่งอาจจะเกิดได้จากสาเหตูอื่นอีกก็ได้เช่น เกิดจากอาหารที่ใช้อยู่มีคุณภาพที่ต่ำหรือเกิดจาก การขาด วิตามินหรือแร่ธาตุ
บางอย่าง ซึ่งดังที่กล่าวมา ทุกคนที่เลี้ยงปลาหมอสีย่อมมีความต้องการให้ปลาหมอสีที่เลี้ยงอยู่ มีสุขภาพที่แข็งแรง โตวันโตคืน แต่ในเมื่อปลาเกิด
ป่วย ต้องรีบรักษาอย่าปล่อยไว้นาน จนยากที่จะแก้ แล้วต้องมาเสียใจภายหลัง เมื่อปลาหมอสีตัวโปรดต้อง สิ้นชีวาวาย ครับ
อาการ ปลาจะซึมไม่ร่าเริงเหมือนเดิม สีผิวซีดผิดปกติไปจากเดิม ไม่ค่อยกิอาหาร บริเวณหัวหรือหน้าผา ของ ปลาจะเริ่มเห็นเป็นรูเล็กๆ เกิดขึ้น แล้วจะค่อยขยายเป็น บริเวณกว้าง และ ลึก ลงเรื่อยๆไปจนถึงกระดูก จาก อาการนี้ควรแยก ปลาออกมาไว้ตัวเดียว ไม่ควรเลี้ยงปลารวมกับตัวอื่น เพราะอาจทำให้ปลาตัวอื่นติดชื้อไปด้วยและควร ล้างตู้ให้สะอาดด้วยครับ การป้องกัน ควรรักษา สภาพน้ำ ให้สะอาดอยู่เสมอ อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารที่มีคุณภาพ และให้อาหารในปริมาณที่พอดีที่ปลาหมอสีกินหมด ไม่ให้เหลือปริมาณเศษอาหารในตู้ มากเกินไป
การรักษา
สามารถรักษาได้ 2 วิธี
1. การให้กินยา
2. การแช่ด้วยยา
ยาที่ใช้ในการรักษา คือ เมโทรนิดาโซล ( Metronidazole ) หาซื้อได้ตามร้านขายยา ทั่วไป
วิธีที่ 1 การให้กินยา
การให้กินยาก็แยกได้อีก 2 วิธี วิธีนี้ค่อนข้างได้ผลดี
1. การผสมยาให้เข้ากับอาหาร โดยการคลุกยาให้ผสมกับอาหาร และใช้น้ำผสมให้หมาดๆ เพื่อให้ยาเคลือบที่ผิวของอาหาร แล้วปล่อยไว้ให้แห้ง แล้วให้อาหารปลาหมอสีตามปกติ จนปลาเริ่มมีอาการดีขึ้น ดูได้จากรูที่หัวปลาเริ่มมีเนื้อเยื้อ ใหม่ขึ้นมาทดแทน อัตราส่วนในการผสม ยา 15 มิลลิกัม ต่อ อาหาร 1 กรัม ในกรณีนี้ ปลาหมอสี ยังสามารถกินอาหารเองได้ครับ
2. การป้อนยา คือ การนำตัวยาเข้าไปในตัวปลาโดยตรงเลยครับ วิธีนี้จะยุงยากนิดหน่อยครับ อุปกรณ์ที่ใช้ มี กระบอกเข็มฉีดยา ขนาดเล็กและไม่มีเข็ม ใส้ไก่รถจักรยานยาว ประมาณ 2 นิ้ว เพราะจะนุ่มไม่อันตรายต่อภายในตัวปลาแล้วนำยาผสมกับน้ำ ในอัตราส่วน ยา 50 มิมลิกรัม ต่อ น้ำ 1 ซีซี ต่อน้ำหนักปลา 1 ก.ก หลังจากผสมยาแล้ว ให้ดูดเข้ากระบอกฉีดยาแล้วต่อใส้ไก่ เข้ากับกระบอกฉีดยา แล้วสอดเข้าไปในปากของปลากะให้ถึงกระเพาะของปลา แล้วฉีกยาเข้าไป เท่านี้ก็เสร็จแล้วครับ แล้วรอดูอาการครับ ประมาณ 1 อาทิตย์ครับ ถ้าไม่ดีขึ้นให้ทำซ้ำอีกครับ จนกว่าปลาจะดีขึ้นครับ
วิธีที่ 2. การแช่ด้วยยา วิธีนี้ได้ผลช้าครับอัตราการใช้ยา ยา 25 มิลลิกรัม ต่อ น้ำ 1 ลิตร แช่จนกว่าอาการจะดีขึ้นครับ และให้เปลี่ยนน้ำ 30 % ทุกๆ 3 วันทำไปเรื่อยๆ จนกว่าอาการปลาจะดีขึ้นครับ
และนี่ก็คือวิธีการรักษาปลาหมอสีที่ป่วยเป็นโรค หัวเป็นรู ครับ การไม่เป็นโรคภัย คือ ลาภอันประเสริฐครับการรักษาสภาพให้สะอาดตลอดเวลา การเลี้ยงที่เหมาะสม อาหารที่มีคุณภาพ เป็นปัจจัยที่ทำให้ปลาแข็งแรงครับขอให้โชคดีกับการเลี้ยงปลาครับ
เขียนโดย moo ที่ 01:15
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสี crossbreed, โรคหัวเป็นรู
วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ประสบการ์ณจริงที่โดนหลอกเรื่องปลา
จากประสบการ์ณจริงที่หลายๆครั้งที่การเดินเล่นดูปลาไปเรื่อยจะเห็นการโกหกขาย ของคนขายปลาแบบหน้าตาเฉย โดยเฉพาะการขายให้กับมือใหม่ที่อยากเลี้ยงปลาหมอสี ทั้งๆที่เค้าอยากได้ปลาตัวผู้ที่สวยไปแต่กลับโดน หรอกให้ซื้อปลาตัวเมียไป บางครั้งก็อยากจะบอกเค้านะแต่กลัวว่าจะออกจากร้านเขาไม่ได้ ( กลัวโดนเจ้าของร้านกระทืบเอาครับ ) ก็เลยทำเป็นเฉย แม้กระนั้นตอนที่ผมเลี้ยงปลาหมอสีใหม่ก็โดนเหมือนกัน โดยที่เจ้าของร้านรับประกันว่าถ้าเลี้ยงแล้วปลาหัวไม่โหนกเป็นปลา หัวสันขวาน ( หัวไม่โหนกและเหมือนปลาตัวเมียมาก )ให้เอากลับมาเปลี่ยนได้ ผมเลี้ยงได้ ประมาณ 3 เดือนปลาหัวไม่โหนกเลยจะเอาปลากลับไปเปลี่ยนที่ร้านที่ซื้อมา ซึ่งแบบมันน่าเจ็บใจมาก เพราะโดนเจ้าของร้านถามกลับว่า ไปซื้อจากร้านไหนมา ซึ่งทุกครั้งที่ไปเดินดูปลาผมจะต้องเข้าร้านนี้ประจำซื่อ อาหารและอื่นๆอีกก็ร้านนี้และหลังจากวันนั้นผมไม่เคยเข้าร้านนั้อีกเลย ( และขอขอบคุณเจ้าของร้านที่ให้ประสบการณ์การเลี้ยงปลากับผมอย่างสุดซึ้งเลยครับ )และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ประมาณ 4-5 ปีแล้วครับ จนเดี่ยวนี้เพาะปลาจนเป็นแล้วครับที่เห็นอยู่บน blog ด้านขวามือนั้นแหล่ะครับ เจ้าหมูแดง แต่ตอนนี้สิ้นชีวาวายไปแล้วเมื่อตอนปลายปีที่แล้วนี่เองครับเสียใจมาก แต่ก็ยังดีใจนิดหน่อยที่ยังได้ลูกมาให้เลี้ยงบ้าง ก็ที่เห็นนั้นแหล่ะเพาะเองกับมือตอนนี้ก็ประมาณ 3.5 นิ้ว และหลายครั้งที่ไปเดินดูปลาก็ยังเห็นเรื่อยๆ ที่เจ้าของร้านปลาบอกว่าเป็นตัวผู้ ทั้งๆที่ผมดูยังไงก็ปลาตัวเมีย ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าของร้านดูเป็นหรือเปล่า แต่มั่นใจอยู่อย่างเดียว คือ เอาเงินไว้ก่อน ผมเสียดายนะทั้งที่ขายปลาได้และน่าจะดึงคนเหล่านี้ไว้เป็นลูกค้าประจำ แต่ไม่ทำแล้วดันมาหรอกเขาอีก แต่ก็ยังมีอีกเยอะนะครับ สำหรับ ร้านที่เขาจริงใจกับลูกค้าให้คำปรึกษาด้วย วงการปลาหมอสี Crossbreed จะอยู่ได้อีกนานถ้าเจ้าของร้านให้ความจริงใจกับลูกค้าไม่เห็นแก่ได้อย่างเดียว
เขียนโดย moo ที่ 05:11 0 ความคิดเห็น
วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ข้อมูลจำเพาะของปลาปลาหมอสี Flower Horn
ข้อมูลจำเพาะของปลาปลาหมอสี Flower Horn
ชื่อสามัญ : Flower Horn
ถิ่นกำเนิด : ประเทศมาเลเซีย
ขนาดลำตัว : เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 14-15 นิ้ว
อุณหภูมิของน้ำ : 28-30 องศาเซลเซียส
ค่าpHของน้ำ : 7.0-7.8
ลักษณะเด่น รูปร่างหน้าตา
ปลาฟลาวเวอร์ ฮอร์น เป็นปลาหมอสีที่มีขนาดใหญ่ และมีความโดเด่น คือบริเวณหัวจะมีโหนกที่สูงใหญ่ และลวดลายบนลำตัวหรือที่เรียกกันว่า มาร์คกิ้ง จะมีจุดสีดำล้อมรอบด้วยมุกที่เรียกกันว่า “ดอกเหม๋ยฮัว” เป็นแถบหากเป็นปลาที่มีลักษณะที่ดีจะมีดอกเหม๋ยฮัวพาดกลางลำตัวตั้งแต่แก้มไปจรดหาง อีกทั้งยังมีสีสันสดใสสวยงามแตกต่างกันไปอีกด้วย นอกจากจุดเด่นของดอกเหม๋ยฮัวแล้ว ฟลาวเวอร์ ฮอร์นยังมีจุดเด่นที่มีส่วนของหางและครีบที่มีขนาดใหญ่และเกล็ดของปลาก็มีมากและยังมีหลากหลายสีสันอีกด้วย หากว่าฟลาวเวอร์ ฮอร์นตัวไหนมีมุกที่ลำตัวด้วยแล้วจัดว่าเป็นปลาที่มีความสวยงามอย่างสมบูรณ์แบบมากทีเดียว ลูกปลาฟลาวเวอร์ ฮอร์นจะไม่ค่อยมีสีสันที่สวยงามเหมือนกับพ่อแม่ กระทั่งมีขนาดได้ประมาณ 3-5 นิ้วขึ้นไปจึงจะเริ่มสังเกตเห็นลวดลายต่างๆ ได้บ้าง จนกระทั่งปลานั้นโตเต็มวัยก็จะมีสีสันสวยงามมาก ซึ่งปลาแต่ละชนิดนี้จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป สำหรับการเลือกเลี้ยงนั้นก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนว่าชอบแบบไหน เช่น ชอบแบบหัวโหนก, ชอบแบบมีมุกเต็มตัว, ชอบแบบเน้นคอแดง, ชอบแบบเน้น มาร์คกิ้ง เป็นต้น
ลักษณะนิสัยฟลาวเวอร์ ฮอร์น
เป็นปลาที่มีนิสัยค่อนข้างดุร้ายมาก รักถิ่นที่อยู่อาศัย จึงไม่ควรเลี้ยงปลาฟลาวเวอร์ ฮอร์น ปนกับปลาชนิดอื่นๆ หากจะเลี้ยงหลายตัวในตู้เดียวกันควรมีที่กั้น ปลาพันธุ์นี้ยังเป็นปลาที่รักความสะอาด กินอาหารบ่อย มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วเฉลี่ยปลาจะโตเดือนละ 1 นิ้ว อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพแวดล้อม มักเล่นหรือคุ้ยเขี่ยหิน และไม่ชอบไม้น้ำ ดังนั้นจึงไม่ควรนำไม้น้ำใส่ในตู้ปลา ด้วยเหตุนี้ถ้านำไม้น้ำใส่ลงในตู้ปลา ปลาจะกัดและทำให้ตู้สกปรก
การสังเกตเพศฟลาวเวอร์ ฮอร์น
ตัวเมียจะมีขนาดเล็ก สีสันซีดอ่อนกว่าตัวผู้และออกด้านๆ บริเวณครีบกระโดงหลังจะมีแถบสีดำติดสันนิษฐานได้เลยว่าเป็นปลาเพศเมีย แต่นั่นก็ไม่ 100% เสียทีเดียว นอกจากนี้คุณยังสังเกตได้อีกอย่างคือกรณีที่เป็นตัวเมีย (เวลาตั้งท้อง) ท่อไข่จะยื่นออกมา ชอบคุ้ยเขี่ยหินเพื่อทำความสะอาดในบริเวณที่จะวางไข่ ซึ่งสามารถวางไข่ได้คราวละมากถึง ประมาณ 1,000-2,000 ฟอง
อายุของปลา
โดยเฉลี่ยอายุของปลาหมอสี Flower Horn จะมีอายุประมาณ 8-10 ปี และจะต้องดูองค์ประกอบอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็น คุณภาพน้ำ อาหาร และอื่นๆอีกมากมายไม่ใช่ว่าเลี้ยงแบบไม่สนใจ น้ำเน่า อาหารไม่ให้ ปล่อยให้เป็นโรคแล้วปลาอยู่ได้นานถึง 8-10 ปี ปลาจะอยู่ได้นานต้องดูแลและเอาใจใส่นะครับ
เขียนโดย moo ที่ 03:40 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสี Flower Horn, Flower Horn
วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552
ประสบณ์การจริงเมื่อต้องผ่าตัดปลาที่เป็นโรคลำไส้ไหลเอง
ประสบณ์การจริงเมื่อต้องผ่าตัดปลาที่เป็นโรคลำไส้ไหลผมเลี้ยงปลาหมอสีมาตัวนี้มาได้ 3 เดือนเศษ เป็นปลาหมอสีที่เพาะขึ้นมาเองอยู่ดีๆปลาหมอสีผมก็ใส้ไหล งดอาหารก็หายไปพักนึง จึงจับแยกออกมาไว้ตู้เดี่ยวพอให้อาหารอีกก็ใส้ไหลอีกเหมือนเดิม และผมก็ได้อ่านหนังสือมาเล่มนึงว่าต้องตัดไส้ส่วนที่เสียทิ้งแลกๆกก็ไม่กล้าหรอกครับ กลัวปลาตาย ปลาผมเป็นโรคไส้ไหลมา1เดือนแล้ว ก็เลยลองผ่าตัดดูเพราะไม่รู้จะทำยังไงก็เลยไปซื้อมีดโกนมา 1 เล่มเพื่อตัดไส้ส่วนที่เสียทิ้ง ผมก็ได้จับปลาออกมาจากตู้แล้วดึงใส้ออกมาให้เห็นจุที่ลำไส้ปลาเสียข้างในสุดแล้วใช้ใบมีดโกนตัดเลยส่วนที่เสียทิ้ง ส่วนที่ลำไล้ปลาเสียจะมีสีคล้ำๆ แล้วปล่อยปลาลงตู่เหมือนเดิน แล้วใส่เกลือและยาแก้อักเสพคน ลงในตู้ 1 เม็ดและไม่ให้อาหาร 3 วัน วันที่ 4 ก็ให้นิดหน่อย แล้วก็เพิ่มปริมาณเรื่อยครับตอนแรกก็กลัวปลาตายนะครับ แต่ปลาผมกับหายไม่มีอาการใส้ไหลอีกเลยครับ ไม่แนะนำให้ทำครับแต่นี่เป็นประสบกาณ์ของผมครับที่ทำจริงๆที่
เขียนโดย moo ที่ 00:18 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลา, ปลาหมอสี, โรคลำไส้ไหล, โรคไส้ไหล, ลำไส้ไหล, ไส้ไหล, หมอสี
วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2552
ปลาหมอสีออสก้า
ในบรรดา ปลาในกลุ่ม ปลาหมอสี หากเอ่ย ถึง ปลาออสการ์ เป็นปลาหมอสี ยุคแรกๆ ที่ เข้ามาใน เมืองไทย ไม่ปรากฎ หลักฐานเป็นที่แน่ชัด หลายสิบปี ก่อน คำว่า "หมอสี" จะถูกใช้เรียกแทน ปลาที่มีเชื่อสาย Cichildae เสียอีกปลาออสการ์ มีถิ่นกำเนิดจาก ลุ่มแม่น้ำ อะเมซอน ในทวีปอเมริกาใต้ เป็นปลาที่ หวงถิ่น กินสัตว์น้ำขนาดเล็ก เป็นอาหาร ปลาชนิดอื่นที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ สามารถ เลี้ยงรวม กับ ปลา ที่มาจากลุ่มแม่น้ำ เดียวกันได้เป็นอย่างดี อาทิเช่น ไทเกอร์โชว์เวสโนส, เรดเทลแคทฟิช, อะโรวาน่าเงิน เป็นต้นปลาออสการ์ ที่ พบในแหล่งน้ำ ตามธรรมชาติ นั้น ตัวจะดำ มี ลวดลาย สีแดงเพียงเล็กน้อย ที่เห็น สีสรร สดสาย ลวดลาย สดใส นี่ ล้วนเป็น ผลจากการคัดพันธุ์ ของมนุษย์ เรานี่ แหล่ะครับ มนุษย์ ที่ว่า ก็ คนไทย เรานี่แหล่ะครับ ที่เป็นผู้ พัฒนา สายพันธุ์ออสการ์ ให้เป็นที่ ฮือฮา ไม่ว่าจะเป็น ออสการ์ ลายเสือ, ออสการ์ทอง, ออสการ์เผือก ตาแดง และ อีกหลายๆ สายพันธุ์ ที่เป็นสินค้า ส่งออก สร้างรายได้ ให้ประเทศ
เขียนโดย moo ที่ 22:58 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ปลาหมอสี, ปลาหมอสีออสก้า, ออสก้า, ออสก้าทอง, ออสก้าเผือก
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2552
เสริมดวงวันเกิดด้วยปลาหมอสี
เสริมดวงวันเกิดด้วยปลาหมอสี
คนที่เกิด วันอาทิตย์ จะทำให้มีปัญญาเป็นเลิศควบคุมบริวารได้ดี
คนที่เกิด วันจันทร์ จะช่วยป้องกันเคราะห์กรรมต่างๆ
คนที่เกิด วันอังคาร จะทำให้มีผู้หวังดี รักใคร่ มีคนอุปถัมถ์ค้ำจุน
คนที่เกิด วันพุทธ จะทำให้มีความมานะอดทน มีอำนาจ ชื่อเสียง
คนที่เกิด วันพฤหัสบดี จะทำให้ประสบความสำเร็จ เจริญ มีโชคลาภ
คนที่เกิด วันศุกร์ จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง
คนที่เกิด วันเสาร์ จะทำให้มีมีเงินมีทองร่ำรวย
เป็นไงครับอยากเลี้ยงเพื่อเสริมดวงบ้างไหมครับ
เขียนโดย moo ที่ 15:24 0 ความคิดเห็น
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552
ปลาหมอสี
จากสภาวะที่เศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ทั่วโลก หลายคนต้องถูกเลิกจ้าง แค่คิดก็เหนื่อยและท้อ แต่คนเราเกิดมาก็ต้องสู้ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน
ที่กำลังต่อสู้กับหลายๆสภาวะหลบความวุ่นวายมองหาอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้สภาวะจิตใจที่กำลังแย่ ให้มีความรู้สึกที่ดีและสบายใจขึ้น ทำให้ไม่เครียด
กันดูไหมครับ สำหรับตัวผู้เขียนอาจจะมีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว( อะไรของมันว่ะ ) อย่าพึ่งเบื่อครับ ความชอบที่เป็นทุนเดิม คือ การเลี้ยงปลา อาทิ
เช่น การเลี้ยงปลาเงินปลาทอง ปลาสอด ปลาหางนกยุง ปลาหมอสี ปลาอะโรวาน่า ปลากัด กุ้ง เต่า ฯลฯ แต่สำหรับตัวผู้เขียน มีความชื่นชอบ ปลาหมอสี
มากซึ่งปลาชนิดนี้มันมีความสวยงามอยู่ในตัวของมันเอง หลายครั้งที่ตัวผู้เขียนเองนอนมองดูปลาสุดโปรดแล้วหลับคาตู้ปลาเลย และคนจีนมีความเชื่อว่า
ปลาชนิดนี้เป็นปลามงคล ช่วยเสริมดวงสำหรับผู้ที่เลี้ยง จากที่กล่าวมาข้างต้น ตัวผู้เขียนก็เลี้ยงมาได้ประมาณ 4 ปีเองครับ มีทั้งเลี้ยงถูกวิธี ผิดวิธี มาก็มาก
แล้วก็ทำให้หลายๆคนชอบปลาหมอสี เหมือนกับตัวผู้เขียน แล้วก็หลายรายเหมือนกันครับ ที่บ้าปลาหมอสีเหมือนกับตัวผู้เขียน จากที่ได้อ่านบทความที่ตัวผู้เขียนเกริ่นมาข้างต้น( เพื่อนๆอยากจะบ้าตามหรือยัง ) ..เฮ้ยๆๆๆๆ อยากจะลองเลี้ยงปลาดูบ้างไหมครับ งั้นมาเริ่มกัน
เลยนะครับ 1. อย่างแรกเลย ต้องนึกให้ออกว่าตัวเองอยากเลี้ยงปลา อะไร 2. อย่างที่สอง อย่าลืมตรวจสอบว่าในกระเป๋ามีงบอยู่เท่าไหร่ 3. อย่างที่สาม อย่าลืมว่าถ้าซื้อปลามาแล้ว ต้องมีอุปกรณ์สำหรับใส่ปลา เช่น ตู้ปลา, ปํ๊มลม( อ๊อกซิเจน), หัวทราย แต่ถ้า มีงบมากพอแนะนำให้ซื้อตู้ ที่เป็นระบบกรองจะดีมากเลยครับเป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับการเตรียมตัวที่จะเลี้ยงปลา ไม่ยุ่งยากเหมือนอย่างที่คิดใช่ไหมครับ สำหรับครั้งต่อไปจะมาแนะนำการเลือกชื้อปลา และ ปลาที่ตัวผู้เขียนชอบ คือ ปลาหมอสี ครับ







